Current Articles | Categories | Search | Syndication

จิตสำนึกและความทรงจำวันไหว้ครู

สังคมไทยเชื่อมั่นว่า ครู” “ความเป็นครู” “วันไหว้ครู” เป็นเรื่องสำคัญในวิถีชีวิตของทุกคน เพราะทุกคนล้วนมีครูของตน ไม่ว่าจะเป็นครูที่โรงเรียน ที่บ้าน ในชุมชน หรือในสังคมก็ตามที ในระบบโรงเรียน เราไหว้ครูมาตั้งแต่อนุบาลศึกษาจนถึงอุดมศึกษา การไหว้ครูอาจเป็นเครื่องเตือนความจำ อาจเป็นสัญลักษณ์ อาจเป็นจิตสำนึก ซึ่งก็ล้วนมีคุณค่าทั้งสิ้น
เราต่างเตรียมการ พิธีการ เชื้อเชิญครูอาจารย์ ช่วยกันจัดพานไหว้ครูให้ประณีตสวยงามที่สุด การช่วยกัน” คือการสร้างพลังร่วมที่จะส่งผลไปสู่ชีวิตและการทำงานต่อไป เราสร้างสรรค์หรือประดิดประดอยให้ประณีตสวยงามก็เพื่อสะท้อนความรักความศรัทธาที่มีต่อการศึกษา ต่อบูรพคณาจารย์ “คนดีย่อมสำนึกในกตเวทิตาคุณ”
เทียนและธูป ย่อมหมายถึงการบูชา ยกย่อง สรรเสริญ แสงสว่างจากเทียน กลิ่นหอมขจรขจายจากธูป
ดอกไม้ ความประณีตสวยงาม สีสรรพ์สดชื่นแจ่มใส และหอมละมุล ดอกเข็ม ที่เฉียบแหลม ปลูกง่ายทนทาน สีสันสดใส ดอกมะเขือ เรียบง่ายสวยงาม เข้มแข็ง จากดอกไปสู่ผลที่มีคุณค่าทางอาหาร และเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน หญ้าแพรก ทนทานแม้พื้นดินทุรกันดาร เหลือและงอกงามได้แม้หน่อเพียงน้อยนิด แข็งแรงและใบแหลมคม ฯลฯ
จากปี 2546 เราได้จัดพิธีไหว้ครูในอาคารกีฬสถาน มศว องครักษ์ นิสิตใหม่ทุกคนรวมพลโดยพร้อมหน้า มีระเบียบวินัย มีพิธีการที่ประณีตงดงาม มีระเบียบแบบแผน โดยฝ่ายพัฒนาศักยภาพนิสิต กองกิจการนิสิตและผู้นำนิสิต ในช่วงเวลา 5-6 ปี เราได้พัฒนาผู้นำนิสิต มศว เข้มแข็งมาก และความเข้มแข็งนั้นได้ส่งผ่านสืบทอดมาถึงรุ่นน้องต่อเนื่องมา
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2552” เป็นพิธีไหว้ครูอีกครั้งหนึ่ง ผู้บริหาร คณาจารย์อบอุ่น พิธีการอันประณีตงดงาม นิสิตเต็มยิมเนเซียม เพลงพระคุณที่สาม บรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ พานไหว้ครูที่สวยงามประณีตบรรจง ศิษย์ตัวน้อยมากราบอยู่เบื้องหน้า ถ้าขอบตาของครูไม่อุ่น ไม่มุ่งมั่นจะเป็นครูที่ดีที่สุด เขาควรจะเปลี่ยนอาชีพเสียดีกว่า
 
แล้วอธิการบดีก็ให้โอวาทแก่นิสิตทั้งมวล
นิสิตที่รักทุกคน การไหว้ครูเป็นประเพณีที่งดงามและทรงคุณค่า ครูในทางพุทธธรรมกินความไปถึงครูอาจารย์ในทางศาสนา พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ครูในระบบโรงเรียน หรือแม้แต่เพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร เป็นสัตบุรุษ วันไหว้ครูวันนี้เป็นวันสำคัญยิ่ง แม้เราจะไหว้ครูมาแล้วตั้งแต่อนุบาลศึกษา แต่วันนี้เป็นการเริ่มต้นการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในมหาวิทยาลัย ครั้งแรกในชีวิตของนิสิตในระดับปริญญาตรีทุกคน พิธีการที่ประณีตงดงาม มีความหมายและศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้ จะฝังอยู่ในจิตใจของนิสิตทุกคนไปชั่วชีวิต ความหมาย ที่มีคุณค่าวันนี้จะอยู่ในความทรงจำ จะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงาม แห่งการเรียนรู้ และการเอื้ออาทรต่อกันระหว่างครูอาจารย์และศิษย์อย่างดียิ่ง จงจำความหมายวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้ก่อผลดีไปสู่การศึกษา การเรียนรู้ และความมุ่งมั่นของนิสิตทุกคนสืบไป
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒของเรา เติบโตมาจาก โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง เมื่อพุทธศักราช 2492 วิทยาลัยวิชาการศึกษา พุทธศักราช 2497 และพัฒนาเป็น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พุทธศักราช 2517 เป็นมหาวิทยาลัยพหุศาสตร์ที่มีหลากหลายวิชา วันนี้ เรามีนิสิตประมาณ 20,000 คน มีคณาจารย์กว่า 1,500 คน มีบุคลากรกว่า 2,500 คน มหาวิทยาลัยของเรากำลังขยายตัวและพัฒนาความเข้มแข็งก้าวหน้าในทุกด้าน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาเอก การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ พุทธศักราช 2529 พระองค์ทรงเป็นประหนึ่งแบบแผนแห่งสติปัญญา การเรียนรู้ และเสียสละเพื่อปวงชนอย่างแท้จริง ดังที่เราตระหนักกันเป็นอย่างดี เป็นบุญบารมีของปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ พระองค์คือ รุ่นพี่ ของนิสิตที่รักทุกคน
มหาวิทยาลัยของเรา มีปรัชญาที่คมชัดว่า การศึกษาคือความเจริญงอกงาม หรือ สิกฺขา วิรุฬฺหิ สมฺปตฺตา หรือ Education is Growth นั่นหมายถึงว่า ทุกคน รวมทั้งนิสิตที่รักทุกคน เมื่อเข้ามาสู่สถาบันแห่งนี้แล้วต้องรักความก้าวหน้าเจริญงอกงาม ต้องมีหัวใจที่ก้าวหน้าเจริญงอกงาม ต้องเรียนรู้ให้ก้าวหน้าเจริญงอกงาม และต้องมีชีวิตที่ก้าวหน้าเจริญงอกงามอย่างถ้วนหน้า นิสิตต้องตรวจสอบตนเองทุกลมหายใจ
ถามว่า เจริญงอกงาม อะไร เจริญงอกงามด้วยอารยวัฒน์ 5 ประการแห่งพุทธธรรม ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา
ศรัทธา ต้องงอกงามในศรัทธาต่อชีวิต ต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อมหาวิทยาลัย ต่อวิชาชีพของเรา เมื่อมีศรัทธาเราย่อมทำทุกสิ่งทุกอย่างได้
ศีล ต้องงอกงามในความดีงาม ในความเป็นคนดี ในความเป็นคนดีของตนเอง คนดีของผู้อื่น และคนดีของโลกใบนี้ ความดีย่อมคุ้มครองโลก
สุตะ ต้องงอกงามด้วยการฟัง ด้วยการเรียนรู้ตลอดเวลา ทุกลมหายใจ ใครไม่เรียนรู้ตลอดเวลาย่อมเป็นเหยื่อของหอย ปู ปลา อย่างแน่นอน
จาคะ ต้องงอกงามด้วยการเป็นผู้เสียสละ เป็นผู้ให้แก่คนที่มีอ่อนด้อยกว่าเรา สัตว์ย่อมรังแกผู้ที่อ่อนด้อยกว่า มนุษย์ต้องไม่ใช่ มหาวิทยาลัยของเราเชื่อมั่นในการเป็น ผู้ให้
ปัญญา ต้องงอกงามด้วยสติปัญญา สติและปัญญางอกงามตลอดเวลา ใช้ปัญญาตรวจสอบตัวเราเอง ตรวจสอบการเรียนรู้ ตรวจสอบชีวิตเราอยู่ตลอดเวลา
สำหรับพิธีไหว้ครูปีนี้ ครูขอฝากธรรมะบทหนึ่งแก่นิสิตที่รักทุกคน อิทธิบาท 4 คือ ธรรมะแห่งความสำเร็จ ธรรมะที่เป็นพื้นฐานของชีวิต ธรรมะที่มีพลังแห่งชีวิต ดังนี้
ฉันทะ รัก ชื่นชม พอใจ เชื่อมั่นสิ่งที่เป็นอยู่กับตัวเรา สิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนของเรา ครอบครัวของเรา เพื่อนของเรา วิชาชีพของเรา มหาวิทยาลัยของเรา
วิริยะ ทำทุกอย่าง เรียนรู้ทุกอย่างด้วยความเพียร มีความมุ่งมั่น กัดติด เอาจริงเอาจัง ไม่ใช่ปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม เหมือนผักตบชวาในสายน้ำ
จิตตะ เรียนรู้และทำหน้าที่การงานทุกอย่างด้วยจิต ด้วยสมาธิ ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยม ไม่โอ้เอ้วิหารลาย ผลัดวันประกันพรุ่ง การมีวิถีชีวิตบนจิตตะย่อมเจริญก้าวหน้าประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน
วิมังสา ประการนี้สำคัญมากด้วย การมีปัญญา การใช้ปัญญาตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ ที่เรากำลังเรียนรู้ ปัญญาเป็นผลึกของความรู้ทั้งมวล
ขอให้นิสิตที่รักทุกคนตรวจสอบดูว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของเราทรงมีพุทธธรรม อิทธิบาท 4 พร้อมมูลยิ่งใหญ่หรือไม่และอย่างไร อัลเบิร์ต ไอสไตน์ บอกว่า “Try not to became a man of success, but rather a man of value” จงอย่าเป็นมนุษย์ที่แสวงหาแต่เพียงความสำเร็จเท่านั้น แต่จงเป็นคนที่มีคุณค่าด้วยจะดีกว่า
ขอให้นิสิตที่รักทุกคนจงจดจำวันนี้ ความรู้สึกวันนี้ ความหมายวันนี้ไว้ให้จงดี ให้ติดตัวไปชั่วชีวิต เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามทั้งปวง ครูขออวยพรให้นิสิตทุกคน จงมีความสุขความเจริญ มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีงาม เป็นคนดีของตนเอง ของผู้อื่น และของแผ่นดินสืบไป
สวัสดี

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009