Current Articles | Categories | Search | Syndication

วิกฤติคือโอกาส สถานสงเคราะห์ในความรับผิดชอบของศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว

          ในขณะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กำลังเร่งพัฒนา ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว” หรือ โรงพยาบาลชลประทาน” ในอดีต ซึ่งย้ายมาสังกัด มศว เมื่อปลายปี 2550 นั้น ในฐานะที่การพัฒนาโรงพยาบาลบริการมาสู่การเป็นโรงเรียนแพทย์ที่เน้นทางด้านการเรียนการสอนและการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ เลยไปถึงการบริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ตามพันธกิจของการเป็นมหาวิทยาลัยด้วย
          การเร่งพัฒนาปริมาณและคุณภาพบุคลากรทางการแพทย์หรืออาจารย์แพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางด้านต่างๆเพื่อการก้าวสู่มาตรฐานและการเป็นโรงพยาบาลตติยภูมินั้น ต้องพร้อมด้วยวิสัยทัศน์ การทุ่มเท การตัดสินใจ งบประมาณ อัตรากำลัง อาคารสถานที่ วัสดุครุภัณฑ์ทางด้านการแพทย์ที่มีราคาสูงอย่างสำคัญยิ่ง จาก 2550-2552 ทุกอย่างกำลังก้าวไปด้วยดี
            กล่าวเฉพาะการบริการบนพื้นที่ดังกล่าว ที่ต้องรองรับการขยายตัวของประขากรแถบนั้นสูงมาก นนทบุรี ปทุมธานี ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก รวมไปถึงการเป็นโรงพยาบาลหน้าด่านของชาวสุพรรณบุรี อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ทางด้านเหนือกรุงเทพมหานคร ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น จากการบริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละประมาณ 1,000 คน ขณะนี้ (2552) ประมาณ 1,500 คน ปีละประมาณ 250,000 คน
            การบริการอีกด้านหนึ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว โดยตรงคือ ความรับผิดชอบในการดูแลรักษาพยาบาล เด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ ผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์ ทั้งที่พิการทางกายและทางใจจำนวนมาก ทั้งสถานสงเคราะห์ของรัฐบาล 13 แห่ง ประมาณ 40,000 คน และสถานสงเคราะห์ของเอกชนอีก 6 แห่ง ประมาณ 500-600 คน รวมแล้วเกือบ 5,000 คน ซึ่งเราทุกคนตระหนักดีว่า งานนี้หนักหนากว่าการรักษาเยียวยาประชาชนทั่วไปอย่างแน่นอน
          สถานสงเคราะห์ของรัฐบาล
1.      สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด (0-5 ปี) 292 คน
2.      สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท (0-5 ปี) 290 คน
3.      สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพิการทางสมองและปัญญา “บ้านเด็กเฟื่องฟ้า” (1-6 ปี) 421 คน
4.      บ้านพักคนจนเมือง 200 คน
5.      สถานฝึกอาชีพสตรีภาคกลาง 269 คน
6.      สถานสงเคราะห์แรกรับคนไร้ที่พึ่ง 268 คน
7.      สถานพัฒนาอาชีพคนพิการ 37 คน
8.      สถานสงเคราะห์เด็กชายปากเกร็ด (7-18 ปี) 262 คน
9.      สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญาชาย “บ้านราชาวดี” (7-18 ปี) 643 คน
10.    สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญาหญิง “บ้านราชาวดี” (7-18 ปี) 557 คน
11.    สถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพ “บ้านนนทภูมิ” 418 คน
12.    สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ “บ้านเกร็ดตระการ” (15 ปีขึ้นไป) 204 คน
13.    แรกรับเด็กชายภูมิเวช (เหยื่อค้ามนุษย์) 121 คน
            สถานสงเคราะห์ของเอกชน
1.      มูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ (ไม่เกิน 35 ปี) 45 คน
2.      มูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็ก (เด็กพิการ) 31 คน
3.      มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระบรมราชูปถัมภ์พระศรีนครินทร์ และโรงเรียนศรีสังวาลย์ 302 คน
4.      สถานพัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด 40 คน
5.      บ้านนักบุญมาร์ติน (เด็กกำพร้าและผู้ยากไร้) 89 คน
6.      มูลนิธิคนพิการไทย 23 คน
               (ข้อมูล 1 มิถุนายน 2552)
                  สำหรับผู้ปกติแล้ว เห็นข้อมูลดังกล่าวคงคิดอะไรมากมายทีเดียว วิกฤติย่อมเป็นโอกาส” ของ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว ที่จะดูแลผู้อ่อนด้อยโอกาสเหล่านี้อย่างดีที่สุด คณาจารย์ บุคลากร นิสิต นักเรียนโรงเรียนสาธิต ต้องแสดงพลังร่วมคนละสติปัญญา คนละไม้คนละมือ ทุกคณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก ศูนย์ จะคิดการอย่างไร ในโครงการต่างๆในการพัฒนาจิตสำนึกสาธารณะ พัฒนาการเป็นผู้ให้ของเรา นิสิตของเราจะก้าวไปสู่ ประเด็น” การวิจัยอย่างไร แล้วเราจะพัฒนาตัวเราเองให้เป็น ผู้นำ” ในการวิจัยเรื่องเหล่านี้อย่างไร และส่งผลไปสู่การพัฒนา การเติมเต็ม การช่วยเหลือเกื้อหนุนเขาเหล่านั้นให้เข้มแข็งอย่างไร ซึ่งสำหรับสังคมเมืองแล้ว วิกฤติหรือปัญหาเหล่านี้ นับวันจะทวีพอกพูนขึ้นทุกที

          วิกฤติคือโอกาสของชาว มศว ทุกคน

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009