Current Articles | Categories | Search | Syndication

ภาวะผู้นำ มศว

          ภาวะผู้นำ หรือ “Leadership”ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการบริหารจัดการ สังคม องค์กร ครอบครัว บุคคล ย่อมหมายรวมถึงองค์กรการศึกษาด้วยอย่างแน่นอน ภาคราชการที่ล้มเหลวมาเป็นเวลายาวนาน การบริหารจัดการมักไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดนวัตกรรม ก็ด้วยการขาดภาวะผู้นำเป็นประการสำคัญ ภาวะผู้นำจึงเป็นทั้งเรื่องของบุคคลและ ภาวะผู้นำองค์กร” (Organization Leadership)
          ภาคเอกชนอาจมองภาวะผู้นำไปสู่การแสวงประโยชน์ แสวงโภคทรัพย์ (Profit Organization) องค์กรการศึกษาอาจถือเป็นองค์กรไม่แสวงประโยชน์ (Non-profit Organization) อย่างไรก็ตาม องค์กรการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยก็ต้องปักธง “Non-profit” ว่าไม่ใช่ความว่างเปล่า ไม่ใช่การไม่มีจุดยืน ไม่มีอุดมการณ์ แต่เป็นองค์กรเพื่อสังคม “แสวงประโยชน์เพื่อสังคม” หรือ “Social Profit Organization” อย่างที่คุณหมอประเวศ วะสี ย้ำแล้วย้ำอีก
            ในห้วงเวลา จุดเปลี่ยน มศว” ห้วงเวลา มศว 60 ปี” เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นการปรับเปลี่ยนมากมายหลายเรื่อง ทั้งมิติวิสัยทัศน์ มิติสารัตถะ และมิติภูมิสังคม การเปลี่ยนแปลงย่อมกระทบผู้ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง กระทบผลประโยชน์ส่วนบุคคล กระทบความเฉื่อยชา กระทบคนส่วนน้อยที่เกิดมาเพื่อการวิพากษ์วิจารณ์เป็นด้านหลัก
ปณิธานภาวะผู้นำ มศว 9 ประการ
1.ทำงานด้วยปรัชญา ปรัชญาที่เป็นผลึกความคิด (Crystal of Thinking)เป็นประสบการณ์ เป็นอุดมการณ์ เป็นวิสัยทัศน์ เป็นจินตนาการ การทำงานด้วยปรัชญาเป็นการกำหนดผลึกความคิด ก่อนที่จะบริหารจัดการและรุกไปสู่เป้าหมายนั้น เป็นการแสวงหางานไม่ใช่การแสวงหาอำนาจเป็นการปักธงการทำงานเป็นประการสำคัญ
2.เรียนรู้ทุกลมหายใจ ครูอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นักบริหารการศึกษา ผู้อยู่ในองค์กรการศึกษา องค์กรการศึกษาที่เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เขาเหล่านั้นต้องเป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลา เรียนรู้ทุกลมหายใจ จึงสามารถปรับเปลี่ยนและรุกไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพได้ ไม่เรียนรู้การเคลื่อนไหวของโลก ของสังคม ของชุมชน ย่อมบริหารจัดการให้ดีไม่ได้
3.เชื่อมั่นในวิถีธรรม  ธรรมาภิบาลทั้งหลายล้วนมาจากวิถีธรรม สำหรับพุทธศาสนิกชนย่อมมาจากพุทธธรรม “ธรรมมะ” ที่เป็นธรรมชาติ ธรรมดา ปกติ อะไรที่อปกติย่อมไม่ใช่วิถีธรรม ความถูกต้องชอบธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ รับผิดชอบ มีส่วนร่วม ล้วนเป็นความดีงามและเป็นวิถีธรรม
4.อ่อนน้อมถ่อมตน ความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นรากเหง้าของคนตะวันออก คนไทย ที่ได้รับการกล่อมเกลามาจากธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ชุมชน ศาสนา  ครอบครัว จากข้างใน จากโลกนามธรรม การบริหารจัดการด้วยสำนึกแห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน ย่อมพร้อมที่จะให้เกียรติ พร้อมที่จะมีคารวธรรม พร้อมที่จะปรับตัว พร้อมที่จะเข้าหา พร้อมที่จะบริหารจัดการในแนวราบ (Horizontal Management)
5.สร้างพลังร่วม ความเป็นกัลยาณมิตรที่อ่อนน้อมถ่อมตนเข้าหากัน โอบเอื้ออาทรต่อกัน มีน้ำใจต่อกัน การมองโลกในทางบวก การมองตนเอง ตรวจสอบตนเองมากกว่าตรวจสอบผู้อื่น ล้วนเป็นรากฐานที่ก่อให้เกิดพลังร่วม (Synergy) ในการทำงานด้วยกัน การคิดร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกัน  มีกระบวนการที่ผสมผสานและมีพลัง “ใจ” และพลังร่วมย่อมเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์องค์กร การบริหารจัดการที่ไม่สามารถสร้างพลังร่วมได้ ย่อมพัฒนาเปลี่ยนแปลงไมได้
6.พัฒนาอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือการพัฒนาและการทำงานในเชิงรุก ทำงานในเชิงยุทธศาสตร์นำหน้าการทำงานปกติ งานประจำวัน การทำงานอย่างไม่ยอมจำนนต่อปัญหา ทำงานเหมือนลมหายใจเข้าออก มหาตมะคานธีเคยกล่าวว่า “ ให้เรียนรู้เหมือนเราจะมีชีวิตนิรันดร์และให้ทำงานเหมือนพรุ่งนี้เรากำลังจะตาย”
7.ปั้นความฝันให้เป็นความจริง สังคมปัจจุบัน การศึกษาได้สร้างให้เขาเป็นนักพูด นักคิด นักทฤษฎี นักวิพากษ์วิจารณ์ แต่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานอย่างเป็นรูปธรรมน้อยเกินไป เราต้องทวนกระแสความอ่อนแอในการปั้นความฝันให้เป็นความจริงให้จงได้
8.ชุมชน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งเดียวกัน เป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งดำรงอยู่ อย่างที่เราปฏิเสธไม่ได้ สังคมทุนนิยมอ่อนจริยธรรมได้ทำลายความเข้มแข็ง ยั่งยืนและเอกภาพระหว่างชุมชน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมลงไปมาก มหาวิทยาลัยวันนี้ ต้องลุกขึ้นมายืนหยัดเรื่องเหล่านี้ด้วย ก่อนที่เราจะกลายเป็นโลหะเป็นหุ่นยนต์กันเข้าไปทุกที
9.ระบบ ระเบียบ วินัย ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ล้วนเป็นสิ่งที่แยกมนุษย์ออกจากความเถื่อน การมีวัฒนธรรมหรือการกล่าวถึง วัฒนธรรมองค์กร” ก็เป็นเรื่องของระบบ ระเบียบ วินัยโดยแท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของวินัย วินัยขององค์กร ของผู้คน วินัยในการทำงาน ถ้าหย่อนยานเราต้องสร้าง เราต้องผลักดันอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็น วัฒนธรรมองค์กร” อย่างงดงาม
                เราเดินทางมายาวนานแล้ว เราจะเดินทางต่อไป อายุ 60 ปี ของคนเราอาจเป็นวัยสูงอายุ วัยชรา ด้วยอายุของคนเรามักไม่เกินร้อยปี แต่องค์กรการศึกษามหาวิทยาลัย มศว ย่อมอยู่กับสังคมไทยไปชั่วกัลปาวสาน   มศว 60 ปี” จึงอาจเป็นคนรุ่นใหม่ที่แจ่มใสกระฉับกระเฉง มีสติปัญญา มีความเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว มองอนาคต ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ หรือมหาวิทยาลัยจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่เช่นนี้สืบไปไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เกี่ยวกับวัยของคน

          โปรดร่วมแรงแข็งขันมิรู้เสื่อมคลาย

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009