Current Articles | Categories | Search | Syndication

การผลิตครูเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐานของ มศว

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งมีรากฐานมาจากโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงและวิทยาลัยวิชาการศึกษา ได้วางรากฐานการศึกษาแบบพิพัฒนาการ (Progressive Education) เพื่อพัฒนาสังคมประชาธิปไตยไว้ให้กับสังคมไทยมากว่าครึ่งศตวรรษ จากความเข้มแข็งในอดีตได้ผ่านมาสู่ภาวะอ่อนตัวด้วยปัจจัยมากมายหลายอย่างในช่วงเวลาหนึ่ง ช่วงวาระ 60 ปี “จุดเปลี่ยน มศว” (28 เมษายน 2552) มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาศาสตร์ทั้งระบบ การผลิตครูเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการ “ปฏิรูปการศึกษาศาสตร์” ด้วย
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดสอนหลักสูตรการศึกษาบัณฑิตหรือ “กศ.บ.” ทั้งหลักสูตรในคณะศึกษาศาสตร์ และคณะร่วมผลิตคือ คณะวิทยาศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ คณะพลศึกษา และคณะศิลปกรรมศาสตร์ โดยคณะศึกษาศาสตร์รับผิดชอบวิชาชีพครู และคณะร่วมผลิตรับผิดชอบวิชาเอก เพื่อสร้างพลังร่วมทางวิชาการ (Academic Synergy) ระหว่างความเป็นครูและเนื้อหาสาระในวิชาเอก ทั้งนี้ไม่รวมหลักสูตรทางด้านการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ที่เปิดสอนทั้งในคณะศึกษาศาสตร์ คณะร่วมผลิต และบัณฑิตวิทยาลัย
กล่าวเฉพาะหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต 5 ปี หรือ หลักสูตรครูมิติใหม่” ซึ่งเป็นโครงการนักเรียนทุนของรัฐบาล ที่เริ่มโครงการทดลอง 1 รุ่น ในปีการศึกษา 2547 โดยที่ 1 ปีสุดท้ายมีข้อกำหนดให้นิสิตนักศึกษาครู ต้องปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์ในโรงเรียน เพื่อแสวงหาประสบการณ์ตรง ทั้งการสอนและประสบการณ์อื่นๆทุกด้าน ซึ่งนักเรียนทุนเหล่านี้ นอกจากจะมีทุนให้แล้ว ยังมีงบประมาณเพื่อพัฒนากิจกรรมสำหรับพัฒนานิสิตนักศึกษาเข้ามาสู่มหาวิทยาลัยด้วย ซึ่งงบประมาณพัฒนากิจกรรมดังกล่าว มศว ได้ร่วมกันดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นักเรียนทุนรุ่นแรกทั่วประเทศ 2,500 คน มศว ได้รับสูงสุดมากกว่าทุกมหาวิทยาลัยคือ 130 คน ในหลายวิชาเอก บัดนี้นักเรียนทุนดังกล่าว ได้ออกฝึกปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์และจบการศึกษาแล้ว มศว มุ่งมั่นร่วมกันที่จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเข้มแข็ง ดังนี้
1.  นิสิตที่ปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์ทุกคน ต้องปฏิบัติงานในโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย แห่งใดแห่งหนึ่ง 1 ภาคเรียน และในโรงเรียนอื่น 1 ภาคเรียน เพื่อให้มีประสบการณ์ตรงในระบบโรงเรียนสาธิต ซึ่งเป็นห้องทดลองหรือห้องปฏิบัติการทางการศึกษา และโรงเรียนอื่นเพื่อสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย
2.  นิสิตที่ปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์ทุกคน ต้องทำวิจัยจากประสบการณ์ในโรงเรียนและห้องเรียน (Action Research) เพื่อสร้างประสบการณ์การวิจัย และสามารถมองเห็นปัญหา แก้ปัญหาอย่างลุ่มลึก
3.  โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และโรงเรียนเครือข่ายที่ส่งนิสิตไปปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์ ต้องมีสภาพเป็น ห้องทดลอง (Laboratory School) ที่มีประสิทธิภาพ
4.  อาจารย์นิเทศการศึกษา อาจารย์นิเทศประจำโรงเรียน และอาจารย์นิเทศวิชาเฉพาะ ต้องทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และมีระบบประเมินการปฏิบัติงานของอาจารย์นิเทศอย่างเข้มแข็ง
5.  นิสิตครูทุกคนต้องมี ความเป็นครู” เพื่อพัฒนาคนและสังคม
วิทยาลัยวิชาการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ พัฒนาขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่ามกลางสังคมที่กำลังปรับเปลี่ยนจากสังคมในอดีต มาสู่สังคมสมัยใหม่ สังคมประชาธิปไตย สังคมทุนนิยม คณาจารย์สถาบันแห่งนี้นับด้วยร้อยถูกส่งไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ Indiana University: Bloomington หัวกะทิจากทุกจังหวัดทั่วประเทศส่งนักเรียนเข้าเรียนที่วิทยาลัยวิชาการศึกษา เพื่อกลับไปเป็นครูในท้องถิ่นของตน วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้เป็นผู้นำทางการศึกษาสมัยใหม่ และเป็นที่ใฝ่ฝันที่จะเข้าศึกษาต่อทางด้านการศึกษาของคนทั้งประเทศ
เรามีบทบาทนำมากมายหลายอย่าง ระบบห้องสมุดที่ดีที่สุดสมัยนั้น ด้วยได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศ เรามีสำนักทดสอบทางการศึกษา ที่บุกเบิกทางด้านการทดสอบมาตรฐานและองค์ความรู้ทางด้านการทดสอบ การวัดผล ประเมินผล เรามีสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ องค์กรนานาชาติที่ค้นคว้าวิจัยทางด้านพฤติกรรมเด็กและเยาวชน และองค์ความรู้ทางด้านเด็กที่มีความสามารถพิเศษ เราเป็นผู้นำในระบบการประเมินผลเกรด A, B, C, D, E ซึ่งในห้วงเวลานั้นมหาวิทยาลัยต่างๆยังประเมินผลในระบบเก่าเป็นเปอร์เซ็นต์ เราเป็นผู้นำในระบบอาจารย์ที่ปรึกษา ห้องจริยธรรม กิจกรรมเสริมหลักสูตร และอีกหลายต่อหลายอย่าง จนอาจกล่าวได้ว่า สังคมไทยวันนี้มีรากฐานทางการศึกษา มีความเข้มแข็ง มีตัวตน ก็ด้วย “วิทยาลัยวิชาการศึกษา” หรือมหาวิทยาลัยแห่งนี้
รากความคิดและบัณฑิตจากวิทยาลัยวิชาการศึกษา ได้ไปมีบทบาทนำทางด้านการศึกษาทั่วประเทศ ในกระทรวงศึกษาธิการ วิทยาลัยครู และโรงเรียนทั่วประเทศ จากระบบดาวกระจายที่วิทยาลัยวิชาการศึกษามีวิทยาลัยถึง 8 แห่ง (ผู้นำการบริหารองค์กรการศึกษาแบบวิทยาเขต) มีวิทยาลัยครูในอดีตเป็นเครือข่าย ทำให้ปรัชญาความคิดของสถาบันแห่งนี้ครอบคลุมไปทั่วประเทศ แล้ววิทยาลัยครูทั่วประเทศก็พัฒนาเป็นสถาบันราชภัฏและมหาวิทยาลัยราชภัฏ มีอธิการบดีเป็นศิษย์เก่า มศว จำนวนมาก ส่วนวิทยาเขตต่างๆก็พัฒนาไปเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยทักษิณในปัจจุบัน (2552)
ตราของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นนามธรรมและติดดิน Exponential Curve ทางวิทยาศาสตร์ y = ex เป็นกราฟที่แสดงความก้าวหน้า ความเจริญงอกงาม แสดงปรัชญาของสถาบัน “การศึกษาคือความเจริญงอกงาม” “สิกฺขา วิรุฬฺหิ สมฺปตฺตา” “Education is Growth” ใครอยู่สถาบันแห่งนี้ ใครผ่านสถาบันแห่งนี้แล้วไม่ก้าวหน้า ไม่เจริญงอกงาม อาจต้องทบทวนตนเอง คลื่นรอบตรามหาวิทยาลัย ทราบว่ามาจากคลื่นรอบตราครั่ง หรือครั่งที่หลอมละลายบนเอกสารหรือซองเอกสารสำคัญในอดีต แล้วประทับตรานูนลงบนครั่งที่ยังร้อน เป็นเอกสารสำคัญ เอกสารลับ เอกสารปกปิด ไปรษณียภัณฑ์ไทยในอดีตก็ใช้ตราครั่งผนึกหีบห่อด้วยเช่นกัน และคลื่น 8 คลื่นรอบตรามหาวิทยาลัยก็บอกถึง 8 วิทยาเขตในอดีต
ทราบว่าอธิการบดีปัจจุบัน จบ กศ.บ. ออกฝึกสอนที่โรงเรียนด่านสำโรง สมุทรปราการ ในปี 2512 สมัยนั้นรู้สึกไกลปืนเที่ยง ออกฝึกสอนร่วมกันทุกวิชาเอกหลายสิบคน อาจารย์นิเทศคือ ท่านอาจารย์จันทนา พรหมเศรณี ฝึกสอนเสร็จอาจารย์จัดประชุมสรุปที่อาคาร 3 ห้องปฐมบริบท “อาคารประสานมิตร” ในปัจจุบัน สรุปเสร็จท่านอาจารย์ถามว่า “ใครคิดว่าตนเองจะได้ A บ้าง” เงียบทั้งห้อง ท่านอาจารย์สรุปว่า “ถ้าอย่างงั้น ไม่มีใครได้ A” ผลปรากฏว่าสูงสุดได้ B+ รวม 3 คน อธิการบดีติดหนึ่งในสามนั้นด้วย สมัยนั้น ท่านอาจารย์สาโรช บัวศรี บอกว่า “A คือ Superman” ซึ่งปัจจุบันนี้ “A โหล” อย่างที่เราทราบกัน
ทราบว่ารัฐบาลจะดำเนินการเรื่องทุนสำหรับนิสิตนักศึกษาต่อไปอีก หลังจากที่ว่างเว้นมาแล้วหลายปี ก็หวังว่ารัฐบาลจะเอาจริงเรื่องนี้ หวังว่าจะมีรัฐบาลที่ประกาศอย่างองอาจให้การศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ แต่เราก็ขัดแย้งและอ่อนแอกันไม่รู้จักเลิกรา ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็หวังว่าจะมีการประเมินและคัดสรรมหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพและทุ่มเทในการผลิตบัณฑิตครู เพื่อให้สังคมไทยได้ครูสำหรับอนาคตที่เฉลียวฉลาด ก้าวหน้าทันสมัย มีคุณธรรมจริยธรรม มี “ความเป็นครู” อย่างแท้จริง ถ้าการประเมินและคัดสรรที่มีคุณภาพ มศว พร้อมที่จะไม่ได้รับนักเรียนทุนนิสิตครูแม้แต่คนเดียว ในกรณีที่ มศว ไม่มีประสิทธิภาพในการผลิตครู หรือรับนักเรียนทุน 200 - 300 คน ต่อปี ในทางตรงกันข้าม
นอกจากที่นิสิตครูทุกคน ทุกสาขาวิชาได้สัมผัสด้วยประสบการณ์ตรงกับความพยายามในการพัฒนาประสิทธิภาพของนิสิตครูตลอดเวลา 3 – 4 ปี และขณะนี้มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งทางด้านนี้หลายต่อหลายเรื่อง เช่น
การจัดตั้งกองทุนพัฒนาประสิทธิภาพนิสิตครู เพื่อให้สามารถพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ กิจกรรมสำหรับนิสิตครูทุกสาขาวิชาให้เข้มแข็ง โดยตัดงบประมาณรายได้จากทุกรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร กศ.บ. ทั้งจากคณะศึกษาศาสตร์และทุกคณะร่วมผลิตร้อยละยี่สิบ รวมทั้งในเบื้องต้นจะตัดงบประมาณแผ่นดินร้อยละห้าจากงบประมาณแผ่นดิน เฉพาะที่เกี่ยวหลักสูตร กศ.บ. ของทุกคณะ นำมาจัดตั้งเป็นกองทุนดังกล่าว
การปฏิรูปการศึกษาศาสตร์ มศว สภามหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้อธิการบดีเป็น CEO ในการปฏิรูปการศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยทั้งระบบ “การศึกษาศาสตร์” มิได้หมายเพียงคณะศึกษาศาสตร์ แต่รวมทั้งคณะศึกษาศาสตร์ คณะร่วมผลิตครู โรงเรียนสาธิตและกระบวนการทางการศึกษาที่จะขับเคลื่อนการเรียนการสอนทั้งหมดทุกศาสตร์ในมหาวิทยาลัย การปฏิรูปการศึกษาศาสตร์ได้ดำเนินการไปแล้วและจะดำเนินการต่อไป
การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา มหาวิทยาลัยกำลังเร่งปฏิรูปหลักสูตรทุกสาขาวิชา ทั้งในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา ดำเนินการสร้างหลักสูตรใหม่ที่ท้าทายและร่วมยุคสมัย ดำเนินการให้หลักสูตรเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตร กรรมการประจำหลักสูตร หลักสูตรทางด้านศึกษาศาสตร์เข้าไปเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาศาสตร์ หลักสูตรบัณฑิตศึกษา ปริญญาโท ปริญญาเอก เข้าไปเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรบัณฑิตศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย และทุกคณะ วิทยาลัย สถาบันที่มีหลักสูตรผลิตบัณฑิต
คณาจารย์และวิชาการศึกษา พนักงานใหม่สายวิชาการ พนักงานที่จะเปลี่ยนสัญญาย้อนไปถึงปี 2542 ต้องผ่านการเรียนรู้ 3 รายวิชา ทางด้านการศึกษา รายวิชาละ 15 ชั่วโมง 3 รายวิชาดังกล่าว มีดังนี้
รายวิชาภาวะผู้นำและจิตวิทยาการศึกษา
รายวิชาอุดมการณ์และการวางแผนการสอน
รายวิชาการวัดผล ประเมินผล และประกันคุณภาพการศึกษา
คณาจารย์และภาระงาน มหาวิทยาลัยดำเนินการเรื่องภาระงาน เพื่อกระตุ้นให้คณาจารย์ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งครอบคลุมทั้งด้านการสอน วิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม พนักงานใหม่และพนักงานเก่าสายวิชาการ ตั้งแต่ปี 2542 สัญญาใหม่และช่วงเปลี่ยนสัญญา ต้องเข้าสู่เงื่อนไขเข้าเรียนปริญญาเอก และทำวิจัยอย่างน้อยหนึ่งเรื่องในช่วงเวลาสองปี ฯลฯ

ทุกศาสตร์ในโลกนี้ เกี่ยวข้องกับ การศึกษา” และมี “การศึกษา” เป็นพลังขับเคลื่อนในศาสตร์นั้นๆ

โปรดติดตามอย่ากะพริบตา

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009