Current Articles | Categories | Search | Syndication

อาคารอนุรักษ์ มศว บ้าน "หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์"

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กำหนดอาคารอนุรักษ์เพื่อสะท้อนภาพประวัติศาสตร์และอดีตคุณูปการ 3 อาคาร คือ อาคารประสานมิตร (อาคาร 3) อาคาร บ้าน “ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี (ริมคลองแสนแสบ) และบ้าน “หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์” (หน้าอาคารวิทยาลัยนานาชาติเพื่อศึกษาความยั่งยืน)

บ้าน “หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์” เป็นบ้านพักของหม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์ และครอบครัว ตั้งแต่การก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง (2492) จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ พร้อมกับบ้าน “ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี” ซึ่งหลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ เคยพักมาก่อนที่ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี จะเข้ามาพักประจำในภายหลัง

หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์ เป็นเพื่อนรักของ ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล เป็นเพื่อนรักของ นพ.บุญสม มาร์ติน ผู้วางรากฐานการกีฬาไทยให้เจริญก้าวหน้ามาจนถึงวันนี้

เมื่อ ศาสตราจารย์ ม.ล. ปิ่น มาลากุล เข้าเฝ้าเพื่อถวายพระอักษรแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2489 (ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ 9 วัน) ท่านได้กราบทูลถึงปัญหาการศึกษาไทย ปัญหาการฝึกหัดครูไทย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเรื่องการฝึกหัดครูว่า “อย่าทิ้งส่วนนี้”

หลังจากที่ ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ได้ก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงแล้ว (2492) ได้ขอให้เพื่อนรัก หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์ มาดำเนินการและดูแลเรื่องอาคารสถานที่ ภูมิทัศน์ ความสงบเรียบร้อย รวมทั้งนิสิตชาวหอทั้งปวง จนเป็นที่กล่าวกันว่า “ต้นไม้ทุกต้นในโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงและวิทยาลัยวิชาการศึกษา ล้วนเป็นน้ำมือของอาจารย์หม่อมฯ และลูกศิษย์”

คำว่า “เพื่อนรัก” ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ได้เขียนไว้ด้วยตัวท่านเองใน “อินไซด์ประสานมิตร” (25 ตุลาคม 2534) ว่า “หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์ เพื่อนรักของข้าพเจ้า”

“หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์” หรือ “อาจารย์หม่อมฯ” ที่ลูกศิษย์เรียก หรือ “คุณชาย” ที่ เพื่อน ภรรยา และคนอื่นเรียก จบทางด้านสถาปัตยศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักกีฬาฟุตบอลและรักบี้ (กีฬาของสุภาพบุรุษ) มาตั้งแต่เป็นนักเรียน เป็นกรรมการฟุตบอลฟีฟ่าระดับสากล ท่านจะเดินทางไปชมกีฬาโอลิมปิคอย่างต่อเนื่อง

ท่านเป็นอาจารย์ที่รักเทิดทูนของนักกีฬา นิสิต และลูกศิษย์ถ้วนหน้า ด้วยความรักความทุ่มเทเสียสละที่ท่านมีต่อสถาบัน ด้วย “ความเป็นครู” ด้วยความเป็นนักกีฬาและมีน้ำใจนักกีฬาอย่างเยี่ยมยอด ท่านรู้สึกว่า “มหาวิทยาลัยคือบ้านของท่าน”

นายแพทย์บุญสม มาร์ติน กล่าวถึงหม่อมราชวงศ์จุรีพรหมว่า “คุณความดีของจุรีฯ นั้นมีมากมายสุดพรรณนา เป็นบุคคลที่พึงปรารถนา เหมาะสมกับความเป็นเพื่อนแท้ จุรีฯ ได้สร้างคุณความดีไว้มากมายหลายอย่าง หลายประการ ลูกศิษย์ลูกหาเมื่อพูดถึงอาจารย์หม่อมฯ ทุกคนก็ยิ้มด้วยความภูมิใจ เพราะรัก นับถือ และซาบซึ้งถึงจุรีฯ”

รองศาสตราจารย์ชม ภูมิภาค บอกว่า “ท่านอาจารย์หม่อมฯ ท่านสอนวิชาประวัติศาสตร์แก่นักเรียนทุกรุ่น และรุ่นต่อๆ มาท่านสอนพลศึกษาและกีฬา รวมทั้งงานโยธา งานสนาม นักเรียนรุ่นแรกๆ และรุ่นต่อๆ มา จะต้องแบ่งวันในแต่ละสัปดาห์ดังนี้ จันทร์ พุธ ศุกร์ เป็นวันฝึกกีฬา 3 ประเภทนี้ ส่วนวันอังคารและวันพฤหัสบดีนั้น เป็นงานโยธา งานสนาม งานปรับปรุงบริเวณโรงเรียน”

อาจารย์ศิริ ศิริบุตร (อดีตรองอธิบดีกรมการศาสนา ศธ.) บอกว่า “อาจารย์หม่อมฯ สอนได้ทุกวิชา สอนพละ ดนตรี หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เกษตร การฝีมือ วิชาการงานและอื่นๆ ... อาจารย์หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์ เป็นตัวอย่างของครูดีโดยแท้ ทั้งนี้เพราะท่านเมตตา เอาใจใส่ดูแลทุกข์สุขของศิษย์ ช่วยเหลือ แนะนำพร่ำสอน และให้ความเป็นกันเองอย่างใกล้ชิดสนิทสนม เป็นผู้ให้ เป็นผู้สร้าง และเป็นผู้ใฝ่หาความรู้ อาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒท่านหนึ่ง เคยเขียนยกย่อง และเปรียบเทียบการทำงานของอาจารย์หม่อมฯ ไว้ว่า... สร้างคนจริง สร้างคนกล้า และสร้างคนเก่ง

ด้วยความเป็นครู ด้วยความมุ่งมั่น และศักยภาพ รักบี้ของชาวแสนแสบได้ชนะวชิราวุธวิทยาลัย ซึ่งเป็นแชมป์รักบี้ตลอดกาล ทั้งทีม 15 คน และ 7 คน นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก (รักบี้วิทยาลัยวิชาการศึกษามาชนะวชิราวุธวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเปิดรับปริญญาตรีพลศึกษารุ่นแรก พร้อมกับปริญญาตรีศิลปศึกษารุ่นแรก ปี 2511)

ด้วยชัยชนะรักบี้ครั้งประวัติศาสตร์นั้น หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์ เขียนไว้ด้วยความภาคภูมิใจว่า “เมื่อเราไปรับโล่ชนะเลิศจากการเฆี่ยนล้างแค้นที่ต้องรอมาเป็นเวลาหลายปี ขนาดโค้ชวชิราวุธฯ โรงเรียนผู้ดีชั้นสูงสงสัยถามว่า ไปเอาควายมาจากไหน ผมก็ตอบว่า ใช่ ควายและม้าจากจังหวัดละคนโว้ย (ขอโทษพูดกันอย่างเพื่อน) จึงเป็นอันว่า เราทำได้แล้ว ด้วยความสำเร็จอย่างภาคภูมิ สำเร็จลงได้ด้วยทีมเวิร์ค รวมทั้งผู้ที่มิได้ลงอยู่ในทีมก็ได้มีส่วนช่วยหิ้วถังน้ำ ซักเสื้อ ล้างเกือก แม้แต่การไปเชียร์ ก็ไม่มีใครขาดสักคน เชียร์จนเสียงแหบ ทุกคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันคือสู้ เสียงฮูเร ฮูร่า ยังเสียงลั่นอย่างเข้มแข็งสลับด้วยเสียงเพลงเชียร์... ไม่พรั่นหวั่นไหว นิสัยนักสู้

หลังจากนั้น เมื่อก่อเกิดแผนกวิชาศิลปศึกษา คณะวิชาการศึกษา วิทยาลัยวิชาการศึกษา (2511) แล้วพัฒนามาเป็นภาควิชาศิลปะและวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์ มศว (2517) และคณะศิลปกรรมศาสตร์ (2536) หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์ ก็ได้ทำหน้าที่สอนวิชาทางด้านสถาปัตยกรรม เขียนแบบ ออกแบบ ด้วยความยิ่งใหญ่ของการเป็นครูสืบมา และในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรทุกปี ก็จะได้เห็นท่านอาจารย์หม่อมฯ อาจารย์อาวุโส บุคลิกสง่างาม ดูใจดีสวมครุยปริญญาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขี่จักรยานดูความเรียบร้อยไปทั่วมหาวิทยาลัย

ใครที่ผ่านอาคารอนุสรณ์ (2552 กำลังปรับปรุง) โปรดอย่าลืมระลึกถึง หม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์ “Superman on the Campus” ผู้บุกเบิกและมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒอีกท่านหนึ่ง และเป็นอาจารย์ที่อยู่ในใจของศิษย์ทุกคน... แม้จะไม่ค่อยมีใครเอ่ยถึงนักก็ตาม

 

SWU Weekly Logo อ้างอิง:
ลมแล้ง. "นวัตกรรมและจุดเปลี่ยน มศว : อาคารอนุรักษ์ มศว บ้านหม่อมราชวงศ์จุรีพรหม กมลาศน์" SWU Weekly. วันที่ 11 มีนาคม 2552. หน้า 3

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009