Current Articles | Categories | Search | Syndication

คณะธรรมนิติศาสตร์

เราเชื่อมั่นว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีรากเหง้ามาจาก “ความเป็นครู” ใครจะคิดตื้นๆ ว่า ครูเชย ครูยากจน ครูล้าสมัย ก็ขอให้ดำรงความคิดผิดๆ ต่อไป ทุกคนต้องมีครู ถ้าสังคมไม่มีครูหรือมีครูที่ไร้คุณภาพ สังคมก็อ่อนแอ โรงเรียนก็อ่อนแอ มหาวิทยาลัยก็ตกต่ำ ถึงวันนี้เรายิ่งเชื่อมั่นว่า ถ้า “ความเป็นครู” ไปผสานอยู่ในทุกศาสตร์ ศาสตร์เหล่านั้นย่อมมีรากฐานของความดีงาม จิตสำนึกสาธารณะ ชุมชน “การเป็นผู้ให้” อย่างสำคัญยิ่ง 

สังคมโลกาภิวัตน์ขยายตัวมากมาย โลกใบเล็กลง สังคมโลกต้องการการติดต่อสื่อสาร การไปมาหาสู่ การทำงานร่วมกัน พร้อมไปกับสังคมโลกต้องการนักกฎหมายรอบด้าน นักกฎหมายสากล นักกฎหมายคุณภาพ ศาสตราจารย์จรัล ภักดีธนากุล บอกว่า “สังคมไทยขณะนี้ขาดนักกฎหมายสายยุติธรรมและคุณธรรม” 

สังคมไทยกำลังแตกแยกอย่างรุนแรง นักสร้างความแตกแยกบีบคั้นให้สังคมมีเพียงเฉพาะสีขาวและสีดำ ไม่ต้องการให้มีสีเทา แต่มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นองค์กรทางการศึกษาสูงสุดของประเทศชาติ ควรต้องเป็นสีเทา ฟังได้ทั้งขาวหรือดำ แต่ต้องมีสติ มีอุเบกขา มีมัชฌิมาปฏิปทา ท่ามกลางความร้าวฉานและวิกฤตสารพัดเรื่อง สังคมไทยก็ต้องการนักกฎหมายคุณภาพ นักกฎหมายยุติธรรม นักกฎหมายคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสำนึกและตระหนักในความเป็นมนุษย์ เป็นคน ศิลปวัฒนธรรม มิใช่เพียงนักท่องจำกฎหมาย นักตีความตามตัวกฎหมาย เพียงเท่านั้น 

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กำลังดำเนินการโครงการจัดตั้ง “คณะธรรมนิติศาสตร์” โดยมอบหมายให้รองอธิการบดีฝ่ายเครือข่ายการเรียนรู้ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์อำนาจ เย็นสบาย) เป็นประธานโครงการ มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งกรรมการขึ้น 2 ชุดคือ คณะกรรมการโครงการจัดตั้งคณะธรรมนิติศาสตร์ มีท่านศาสตราจารย์คนึง ฦๅไชย เป็นประธานที่ปรึกษา รองอธิการบดีฝ่ายเครือข่ายการเรียนรู้เป็นประธาน กรรมการอีกชุดหนึ่งคือ คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรคณะธรรมนิติศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.กิติพงษ์ หังสพฤกษ์ (อดีตรองอธิการบดีและคณบดีคณะนิติศาสตร์ มสธ.) เป็นประธาน มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน เช่น ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ ศาสตราจารย์พิชัยศักดิ์ หรยางกูร (จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย) นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล (ภาคเอกชน) นางพรรณวดี ตันติกุลวิจิตร(ภาคเอกชน) ฯลฯ 

การเสวนาระดมความคิดและการประชุมได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ผู้ทรงคุณวุฒินอก มศว หลายท่านยืนยันว่า “คณะธรรมนิติศาสตร์” ที่จะเกิดขึ้นที่ มศว จะเป็นมิติใหม่ของวงการกฎหมาย บนพื้นฐานความเป็นครู ความติดดินของ มศว การให้ความสำคัญกับการเข้าสู่ชุมชนระบบหอพักของ มศว องครักษ์ การบูรณาการความคิดและการทำงาน รวมทั้งการประกาศ “จุดเปลี่ยน” มศว 60 ปี

การที่นักกฎหมายจะก้าวไปสู่การเป็นอัยการ การเป็นผู้พิพากษา ต้องมีประสบการณ์มีความเข้าใจความเป็นมนุษย์ ความเข้าใจชีวิต ความเข้าใจสังคมที่สุกงอม กว้างและลุ่มลึก “การเรียนรู้และประสบการณ์ที่กว้าง ย่อมทำให้เราไม่คิดและทำอะไรที่แคบ การเรียนรู้และประสบการณ์ที่ลึก ย่อมทำให้เราไม่คิดและทำอะไรที่ตื้น” 

จากการระดมความคิดที่กว้างและหลากหลาย ดูเหมือนจะเริ่มมองเห็นภาพบัณฑิตจากคณะธรรมนิติศาสตร์ มศว ที่เน้น “ธรรมะ” คุณธรรมจริยธรรม ความเข้มแข็งที่จะต้องสอบผ่านเนติบัณฑิต ภาษาอังกฤษดี ภาษา ICT ดี ภาษาไทยเข้มแข็ง ศึกษาค้นคว้า เขียนรายงาน เขียนบทความ และวิพากษ์กฎหมายได้ 

ศาสตราจารย์จรัล ภักดีธนากุล เสนอว่านิสิตคณะธรรมนิติศาสตร์ต้อง
              1. อ่านกฎหมายออก
              2. บอกเจตนารมณ์กฎหมายได้
              3. ใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและยุติธรรม
              4. เป็นนักคิดและปฏิรูปกฎหมาย
              5. เป็นนักวิจัยและพัฒนากฎหมาย 

หลักสูตรที่จะเกิดขึ้นอาจมีหลายชุดตรี โท เอก สองปริญญา ปริญญาไทยและเทศ การเรียนสองภาษา รับจากมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือจบปริญญาตรีจากสาขาวิชาต่างๆ มาแล้ว และคาดว่าจะเริ่มเปิดรับในปีการศึกษา 2553 และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ในงบประมาณปี 2552 นี้ มหาวิทยาลัยได้รับอนุมัติงบประมาณ 370 ล้านบาท สร้างอาคารต่อเนื่อง 3 คณะมาแล้ว คือ คณะพลศึกษา คณะธรรมนิติศาสตร์ และคณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ คาดว่าจะลงเสาเอกได้ช่วงภาคฤดูร้อน 2552 นี้... โปรดอดใจรอด้วยจิตใจที่แจ่มใส

 

SWU Weekly Logo อ้างอิง: ลมแล้ง. "นวัตกรรมและจุดเปลี่ยน: คณะธรรมนิติศาสตร์" SWU Weekly. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2551. หน้า 3

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009