Current Articles | Categories | Search | Syndication

ขอฝากต่อยอดนวัตกรรมและจุดเปลี่ยน มศว 10 ประการ

            ผู้บริหารชุดปัจจุบัน หมดวาระการบริหารงานช่วงกลางปี 2554 ตลอดเวลานับด้วย แปดปีของการสร้างสรรค์งาน ทั้งคุณค่าและมูลค่า เพื่อการเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบของ มศว เพื่อการผลักดันตนเองให้มายื่นอยู่แถวหน้าของมหาวิทยาลัยในทุกด้าน การวิจัย การผลิตบัณฑิต การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงวัฒนธรรมและศิลปะเป็นด้านหลัก
            ขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ 9 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน ดาว 3 ดวง ขับเคลื่อน อัตลักษณ์นิสิต 9 ประการ ขับเคลื่อน การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว ภาษาไทยเข้มแข็ง และจิตสำนึกสาธารณะ ขับเคลื่อน สมรรถนะ 3 ภาษา ภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาสากล และภาษาไทย นิสิตตรี โท เอก คณาจารย์และบุคลากร ขับเคลื่อน แผนยุทธศาสตร์ 15 ปี มศว (2553-2567) ฯลฯ
            สุภาษิตจีนยังคงมีคุณค่าเสมอ ระยะทางบอกกำลังม้า กาลเวลาบอกกำลังคน” เรากำลังบริหารอนาคตของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่บริหารอดีตและปัจจุบันของมหาวิทยาลัย
            อย่างไรก็ตาม โลกเปลี่ยนไป” มหาวิทยาลัยย่อมต้องมีพลวัตสืบไป ต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตามกาละและเทศะในแต่ละช่วงเวลา มหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนแปลงผู้บริหาร คณะผู้บริหาร เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน นั่นคือก้าวแต่ละก้าวที่มหาวิทยาลัยจะต้องฝ่าข้ามไป...อุปสรรคอาจเป็นกำแพงขวางกั้นหรืออุปสรรค อาจเป็นบันไดก้าวข้ามไปก็ได้
            ขอฝากต่อยอดนวัตกรรมและจุดเปลี่ยน มศว 10 ประการ
            1. ขอฝากความเข้มแข็ง เอาจริงเอาจัง กำหนดให้เป็นวาระของมหาวิทยาลัยใน รากเหง้าทางการศึกษา (Education) ของการเป็น มศว” มหาวิทยาลัยต้องสำนึก คณะศึกษาศาสตร์ต้องสำนึก คณะร่วมผลิตนิสิตทางการศึกษาต้องสำนึก ทุกหน่วยงานและทุกคนต้องสำนึก พัฒนาและสร้างพลังร่วมให้ คุณค่าของการศึกษาศาสตร์” เป็นคุณค่าที่ดำรงอยู่และขับเคลื่อนกระบวนการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งระบบ
            2. ขอฝาก แผนยุทธศาสตร์ 15 ปี มศว ที่จะเป็น แผนพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน” ต่อเมื่อนำมาขับเคลื่อนอย่างแท้จริง สำนึกร่วมและพลังร่วมทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ทุกหน่วยงานหลักและหน่วยงานย่อย ผนวกเป็นแผนยุทธศาสตร์ของตน เป็นเจ้าของ ศรัทธาและทำงานด้วยใจ การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลไปสู่การเป็น มหาวิทยาลัยคุณภาพ” ส่งผลไปสู่การประกันคุณภาพการศึกษา การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย การเป็นมหาวิทยาลัยสากล (World Class University) อย่างแน่นอน
            3. ขอฝาก พัฒนาระบบและสำนักงานสภามหาวิทยาลัย เมื่อมหาวิทยาลัยเป็น      นิติบุคคล สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจสูงสุดในการขับเคลื่อนนโยบาย กำกับดูแล ตรวจสอบและประเมิน การพัฒนาสำนักงานสภามหาวิทยาลัย การจัดระบบ การกำกับดูแล สร้างความเข้มแข็งในการกำกับดูแลและวิทยาลัย ทั้งการบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณ การบริการวิชาการ การพัฒนาระบบการประเมินผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ย่อมเป็นประเด็นสำคัญอย่างแน่นอน
            4. ขอฝากพัฒนาและจัดระบบ โครงการบริการวิชาการแก่สังคม/ชุมชน งานบริการวิชาการเป็นหนึ่งภารกิจของการเป็นมหาวิทยาลัย เป็นรากเหง้าของ มศว และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ นอกจากการบริการวิชาการแก่สังคมของหน่วยงานแล้ว จากปี 2548-2554 มหาวิทยาลัยได้จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนให้กับงานบริการวิชาการแก่สังคม รวมแล้วไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท มากกว่า 20 โครงการในแต่ละปี เชื่อมั่นว่าเป็นระบบและโดดเด่นมากกว่าทุกมหาวิทยาลัยยุทธศาสตร์ดังกล่าวควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและจัดระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป
            5. ขอฝากพัฒนาการศึกษาผสานระบบ “Hybrid Education System” ผสานระบบระหว่างการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ในห้องเรียน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับผู้เรียน กับการศึกษาผ่านระบบ ICT หรือการศึกษาออนไลน์ ซึ่งเรื่องนี้ต้องพัฒนาคณาจารย์ให้สามารถปรับตัวในการเรียนการสอนทั้งสองระบบ พัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย พัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน จัดระบบการเรียนรู้ พัฒนาสัดส่วนทั้งสองระบบที่เหมาะสมในแต่ละรายวิชา จัดระบบการประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุดคือสร้างสำนึกและสมรรถนะ ICT ให้เกิดขึ้นกับคณาจารย์
            6. ขอฝากพัฒนา ศูนย์ศิลปกรรมแห่งประเทศไทย “SWU-ACT”                         SWU Art Center@Thailand ณ สวูนิเพล็กซ์ มศว ประสานมิตร กทม. ซึ่งเป็นนวัตกรรมเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ของการเป็นมหาวิทยาลัยในสังคมไทย ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ง่ายนัก นั่นคือมหาวิทยาลัยสากล นั่นคือด้านหนึ่งของการเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ นั่นคือศาสตร์และศิลป์ของมหาวิทยาลัย ในอนาคต ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี จัดการให้เป็นหน่วยงานที่มีระเบียบบริหารจัดการตนเอง ให้คล่องตัว นั่นคือรายได้และเสน่ห์ของมหาวิทยาลัยอย่างน่าสนใจยิ่ง
            7. ขอฝากพัฒนาพิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาไทย ณ อาคารเรือนไทยหมู่ ธ ทูลกระหม่อมแก้ว” มศว องครักษ์ จังหวัดนครนายก เพราะนั่นคือแหล่งเรียนรู้ใหม่ แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน
 
ในสังคมร่วมสมัย แหล่งเรียนรู้ที่ครอบคลุมศาสตร์ทุกศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของเรา ทั้งการศึกษา มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วัฒนธรรม-ศิลปกรรม-สื่อ วิสัยทัศน์และภาวะผู้นำย่อมเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
            8. ขอฝากพัฒนา แหล่งเรียนรู้พฤกษศาสตร์ วิถีธรรมชาติ และชุมชน มศว บนพื้นที่ประมาณ 60 ไร่ ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จังหวัดนครนายก ซึ่งจะเป็นฐานการค้นคว้าวิจัยและการเรียนรู้ที่สำคัญยิ่ง สำหรับคณาจารย์ นิสิต ประชาชนและเกษตรกร เป็นโครงการที่ตอบสนองหลักการและวัตถุประสงค์หนึ่งของ มศว องครักษ์” ตั้งแต่ช่วงปี 2535 เป็นแรงผลักดันเรื่องธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน ชุมชน ของสังคมไทย ของ มศว ของคณะ สถาบัน สำนัก ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ เรื่องที่สำคัญยิ่งของโลกใบนี้ และสำคัญยิ่งของสังคมไทยในภาวะวิกฤติเช่นนี้
            9. ขอฝากพัฒนา ศูนย์ครูและศิษย์เก่าสัมพันธ์ จังหวัดน่าน ด้วยมหาวิทยาลัยได้    รับมอบที่ดิน 11 ไร่เศษ พร้อมอาคารโรงเรียนเก่า 2-3 อาคาร มหาวิทยาลัยได้วางนโยบายที่     จะจัดตั้งเป็น ศูนย์ครูและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มศว” เพื่อให้คุณครูและศิษย์เก่า มศว ได้มีสถานที่จัดประชุม สัมมนา จัดกิจกรรม พบปะสังสรรค์ กิจกรรมทางการศึกษาร่วมกับทุกหน่วยงาน จัดให้เป็นต้นแบบสำหรับศูนย์ครูและศิษย์เก่าสัมพันธ์จังหวัดต่างๆ กล่าวเฉพาะครูที่เป็นศิษย์เก่า มศว นับว่าเข้มแข็งมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิษย์เก่าครูวิทยาศาสตร์ นิสิตในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ยึดยอดดอยจังหวัดน่านอุทิศตนเพื่อการศึกษาไว้ทั้งหมดแล้ว
            10. ขอฝากพัฒนา ศูนย์ชุมชนและศิลปวัฒนธรรมทุ่งดินดำ จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วย      คุณเล้ง อารีย์กุล ได้มอบพื้นที่ประมาณ 60 ไร่ ณ บริเวณทุ่งดินดำ จังหวัดสุพรรณบุรี ให้กับ มศว กว่าสิบปีแล้ว สมควรที่มหาวิทยาลัยจะดำเนินการจัดทำเป็น ศูนย์ชุมชนและศิลปวัฒนธรรม มศว” บนพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าวิจัย เรียนรู้ ทางด้านชุมชนและศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นแหล่งอบรมสัมมนาของชาว มศว ไปพร้อมกัน
            ฯลฯ
            มหาวิทยาลัยมีเรื่อง ขอฝากฝัง” อีกมากมาย เพียงเท่านี้ก็หนาหนักมากแล้ว...ผู้รักมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริงย่อมศรัทธามหาวิทยาลัยและทำงานหนักเพื่อมหาวิทยาลัย แม้จะมีเสี้ยนหนาม มีคนมือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำอยู่บ้างก็ตามที”...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009