Current Articles | Categories | Search | Syndication

TOP 10 "10 รูปธรรมนวัตกรรม มศว"

เมื่อ ลมแล้ง” เสวนากับอธิการบดี อยากทราบว่า การบริหารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒในช่วง 7-8 ปี ที่ประกาศ จุดเปลี่ยน มศว” และมีผู้กล่าวขวัญถึงมากมายนั้น อธิการบดีและคณะผู้บริหารมีความภาคภูมิใจในเชิงมูลค่าที่เป็นรูปธรรม เป็นนวัตกรรมแห่งยุคสมัยอย่างไรบ้าง
          “TOP 10 “ ที่ได้รับคำตอบมีประมาณว่าดังนี้
            1. วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย หนึ่งเดียวในประเทศไทยในการจัดตั้งองค์กรระดับคณะ เป็นยุทธศาสตร์แนวรุกในชุมชน โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ          พระเจ้าอยู่หัวมาสู่ภาคปฏิบัติ ความเข้มแข็งและหลักสูตรที่เกิดจากภาคีบนพื้นที่ บัณฑิตคืนถิ่นเพื่อกลับไปพัฒนาท้องถิ่น ระบบการศึกษาเรียนที่มหาวิทยาลัยและท้องถิ่น ทุนการศึกษาทั้งหมดภายใต้มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วิทยาลัยโพธิวิชชาลัยที่มีพื้นที่ที่สระแก้ว ตาก สตูล และโรงเรียนสาธิตชุมชนการเรียนรู้สมเด็จย่า แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นยุทธศาสตร์ที่ควรร่วมกันภาคภูมิใจมาก
            2. ลานอโศกมนตรีสวูนิเพล็กซ์ “SWUNIPLEX” ที่ประกอบด้วย พื้นที่สาธารณะ (Public zone) อเนกประสงค์ อาคารบริการ : ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล อาคารนวัตกรรม : ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี พร้อมทั้งอาคารจอดรถใต้ดิน “60 ปี ศรีสง่าแห่งมหานคร” ใต้ลาน ม.ร.ว.จุรีพรหม กมลาศน์ ซึ่งเกิดจากนวัตกรรมการจัดซื้อที่ดินประมาณ 7 ไร่ งบประมาณประมาณ 500 ล้านบาท งบประมาณการก่อสร้างอาคาร 3 หลังนั้นประมาณ 1,100 ล้านบาท นับเป็นมิติใหม่ของการเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ การบริหารและการแสดงนวัตกรรมมากมายและหลากหลาย รวมทั้ง “ศูนย์ศิลปกรรมแห่งประเทศไทย” จะเป็น New Image of SWU เป็นอีกมิติหนึ่ง อีกก้าวหนึ่งของการเป็นมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน
            3. การโอนย้ายโรงพยาบาลชลประทาน จากกระทรวงสาธารณสุขมาสังกัด มศว           (7 ตุลาคม 2550) ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว” เป็นนวัตกรรมหนึ่งเดียวที่มีพลังร่วม ซึ่งไม่สามารถปรากฏขึ้นได้ง่ายนัก พลังร่วมจาก มศว ภาคการเมือง           ภาคศาสนา กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลชลประทาน ทรัพย์สินที่เป็นคุณค่ามหาศาล ทั้งคุณค่าทางด้านการแพทย์ หมอ พยาบาล บุคลากร นับด้วยพันชีวิต ชุมชน มูลค่าที่เป็นที่ดิน อาคาร ครุภัณฑ์ทางการแพทย์อีกมากมาย ซึ่งการเป็นมหาวิทยาลัยและการพัฒนาศาสตร์ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การมีโรงพยาบาล 2 โรงพยาบาล ย่อมเป็นฐานการค้นคว้าวิจัย การเรียนการสอน และการบริการที่ยอดเยี่ยม
            4. ระยะเวลา 7-8 ปี กับการก่อเกิดหน่วยงานใหม่ องค์กรใหม่ระดับคณะ ย่อมเป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนามหาวิทยาลัยพหุศาสตร์หรือมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบให้มีความเข้มแข็ง เจริญก้าวหน้า หน่วยงานที่เกิดใหม่คือ วิทยาลัยนานาชาติเพื่อศึกษาความยั่งยืน วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ คณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร สำนักนวัตกรรมการเรียนรู้ และดำเนินการในช่วงปี 2554 คือ สถาบันวิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษแห่งชาติ สถาบันวิจัย พัฒนา และสาธิตการศึกษา สถาบันปัญญาและวิจัย คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอนุรักษ์ รวมแล้วประมาณ 10 หน่วยงาน
            5. เมื่อรับงานในวาระแรกได้ประกาศดาว 3 ดวง ««« ดาววิชาการและวิจัย ดาวนิสิต ดาวชุมชน ที่มหาวิทยาลัยจะขับเคลื่อนภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 9 ประการ คือ ยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย ยุทธศาสตร์การจัดการความรู้เพื่อสังคม ยุทธศาสตร์การสืบสานและสร้างสรรค์วัฒนธรรมและศิลปะ ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพนิสิต ยุทธศาสตร์การประเมินคุณภาพการศึกษา ยุทธศาสตร์การพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อสังคม ยุทธศาสตร์การบริหารระบบและบุคลากร ยุทธศาสตร์การพัฒนาและบริหารทรัพย์สิน ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บัดนี้ดาวทั้ง 3 ดวง ได้ส่องสว่างสุกสกาวอย่างเป็นรูปธรรมมากทีเดียว
            6. นอกจากการประกาศ ดาวนิสิต” ให้เป็นดาวดวงหนึ่งที่ ชาว มศว ทุกคนต้องสร้าง ต้องให้ความสำคัญ ต้องฟูมฟักให้ดีงามที่สุด พร้อมกันนั้นก็ร่วมกันพัฒนาศักยภาพนิสิต 9 ประการ ใฝ่รู้ตลอดชีวิต คิดเป็นทำเป็น หนักเอาเบาสู้ รู้กาลเทศะ เปี่ยมจิตสำนึกสาธารณะ มีทักษะสื่อสาร อ่อนน้อมถ่อมตน งามด้วยบุคลิก พร้อมด้วยศาสตร์และศิลป์ ทั้งมหาวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก ศูนย์ กองกิจการนิสิต และทุกหน่วยงานได้ร่วมกันพัฒนาอัตลักษณ์นิสิตอย่างต่อเนื่อง สามารถกล่าวได้ว่า ผู้นำนิสิต นิสิต รวมทั้งบัณฑิต มศว มีศักยภาพและมีอัตลักษณ์ที่น่าภาคภูมิใจมาก
            7. มหาวิทยาลัยเชื่อมั่นว่า มหาวิทยาลัยคือวิชาการ” วิชาการและวิจัยเป็นสิ่งเดียวกัน อดีตเราอาจเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการสอนเป็นด้านหลัก แต่วันนี้เราต้องเอาวิจัยเป็นตัวตั้งเพื่อจะนำประสิทธิผลจากการวิจัยไปสอน บริการวิชาการ ทำนุบำรุงวัฒนธรรมและศิลปะ อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ งบประมาณที่ดำเนินการในช่วงเวลา 7-8 ปี อาจสะท้อนรูปธรรมการวิจัยของชาว มศว ได้อย่างน่าชื่นใจ งบประมาณการวิจัยทั้งจากงบประมาณแผ่นดิน งบประมาณรายได้ งบประมาณหน่วยงาน (ขอให้จัดสรรงบประมาณ 5% ไว้สำหรับการวิจัยของหน่วยงาน) และงบประมาณการวิจัยจากภายนอกมหาวิทยาลัย ในประเทศและต่างประเทศ รวมแล้วดังนี้ งบประมาณปี 2547 รวม 20.241 ล้านบาท งบประมาณปี 2548 รวม 42.055 ล้านบาท งบประมาณปี 2549 รวม 53.541 ล้านบาท งบประมาณปี 2550 รวม 85.996 ล้านบาท งบประมาณปี 2551 รวม 128.735 ล้านบาท งบประมาณ 2552 รวม 134.047 ล้านบาท งบประมาณปี 2553 รวม 132.966 ล้านบาท  งบประมาณปี 2554 ประมาณการ 160 ล้านบาท รวม 8 ปีงบประมาณ 757.581 ล้านบาท ความสำเร็จไม่อาจเกิดขึ้นได้ชั่วข้ามคืน มศว ต้องเร่งเครื่องเรื่องวิจัยต่อไปเพื่อประกาศตัวเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยที่เข้มแข็งให้จงได้
            8. สิ่งพิมพ์และสื่อการเรียนรู้เพื่อสังคม วิชาการ วิจัย หนังสือ สื่อการเรียนรู้ต่างๆย่อมเป็นหัวใจของการเป็นมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นชุมชนของผู้รู้ผู้เล่นในศาสตร์ต่างๆมากมาย มหาวิทยาลัยที่เข้มแข็งคือมหาวิทยาลัยที่วิชาการเข้มแข็ง วิจัยเข้มแข็ง สื่อสิ่งพิมพ์และสื่อการเรียนรู้อื่นๆที่เข้มแข็ง ในส่วนของมหาวิทยาลัยและงานยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีการจัดพิมพ์หนังสือที่มีคุณค่าต่างๆมากมายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ศูนย์สิ่งพิมพ์ มศว ได้พัฒนาและรับผิดชอบวารสารวิชาการ 2 ฉบับ คือ วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) จัดพิมพ์หนังสืออ่านทั่วไปชุดสุ จิ ปุ ลิ ประมาณ 30 เล่ม จัดวางจำหน่ายทั่วประเทศ สำนักนวัตกรรมการเรียนรู้ จัดพิมพ์หนังสืออ่านประกอบ ซึ่งการเริ่มต้นที่เข้มแข็งดังกล่าว จะส่งผลไปสู่อนาคตอย่างแน่นอน
            9. ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ก่อให้เกิดการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างเข้มแข็ง ทั้งคอมพิวเตอร์ที่เป็นฐานข้อมูลเพื่อการบริหาร เพื่อการบริหารงานบุคคล เพื่อการเรียนการสอน การลงทะเบียนเรียน และฐานข้อมูลอื่น รวมทั้งการพัฒนาการเรียนการสอนผ่าน Hybrid Education System โปรแกรมการเรียนการสอน Atutor ระบบ Digital Library การสร้างระบบนั้นยากแต่การพัฒนาคณาจารย์และบุคลากรให้มีวัฒนธรรม ICT นั้นยากกว่า ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต้องอดทนด้วยกันทุกฝ่าย วันนี้เราได้ตั้งหลักอย่างเข้มแข็งมากแล้ว เป็นที่ชื่นชมกล่าวขานจากมหาวิทยาลัยต่างๆ อย่างมากมาย
 
            10. เราได้ร่วมกันพัฒนา แผนยุทธศาสตร์ 15 ปี (พ.ศ.2543-2567) มหาวิทยาลัยศรี      นครินทรวิโรฒ อย่างต่อเนื่อง กว้างขวาง ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ จนได้รับคำชื่นชมจากสภามหาวิทยาลัยว่า เป็นแผนที่จะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน มศว” (คงหมายว่าถ้านำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม) โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์หลัก (Super Strategic Action Plan – SSAP) ศึกษาได้จาก แผนยุทธศาสตร์ 15 ปี (พ.ศ.2553-2567) มหาวิทยาลัยศรี     นครินทรวิโรฒ” ทั้งเล่มใหญ่และเล่มเล็กที่งดงามมาก และบัดนี้แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้แล้ว พร้อมกับการจัดกลไกและระบบให้เข้มแข็งต่อไป ก็เป็นที่หวังได้ว่า ถ้าบริหารแผนยุทธศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ มศว ของเราจะไปยืนโดดเด่นอยู่แถวหน้าในอนาคตอย่างแน่นอน

          โปรดบริหารมหาวิทยาลัยเพื่ออนาคตอย่างระทึกใจ

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009