Current Articles | Categories | Search | Syndication

ศูนย์สำนักพิมพ์ มศว

            ใครที่ไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยซีกโลกตะวันตก หรือสนใจใฝ่รู้อ่านตำรา “text” ลึกๆหนักๆ ในแต่ละศาสตร์ มักเป็นตำราวิชาการที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย (University press) บางเล่มก็หนักมากจนอ่านไม่ไหว นั่นย่อมเป็นหลักประกันระดับ สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยจะจัดพิมพ์ตำราวิชาการที่ลุ่มลึกในแต่ละด้าน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดอาจแคบลง สำนักพิมพ์ทั่วไปที่เอาทรัพย์สินเป็นตัวตั้ง อาจไม่ให้ความสำคัญเลยก็ได้

            สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย อาจกำไรน้อยหรือไม่ได้กำไรเลยก็ได้ แต่เป้าหมายของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยคือ การเผยแพร่หรือผดุงไว้ซึ่งเนื้อหาสาระในตำราที่ลุ่มลึก แม้นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา จะอ่านหนังสือที่ยากและลุ่มลึกไม่มากนักก็ตาม วิสัยทัศน์และการลงทุนสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย จึงอาจเหมือนการลงทุนเพื่อบริการวิชาการ การลงทุนที่เสมือนการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐานในชีวิต สาธารณูปโภคพื้นฐานทางสติปัญญาก็ย่อมเป็นไปได้

            บรรดามหาวิทยาลัยในสังคมไทย เราต้องชื่นชมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่จัดพิมพ์หนังสือและตำราทางด้านสังคมศาสตร์ที่ประเทืองปัญญามายาวนาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่จัดพิมพ์หนังสือและตำรามากมายและหลากหลายมายาวนาน เคยทราบข่าวว่ามีบางมหาวิทยาลัยจัดสรรงบประมาณนับสิบล้านเพื่อการณ์นี้ แล้วท้ายที่สุดก็เงียบหายไป

            แล้ว มศว ต่อเรื่องนี้เป็นอย่างไร คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์เคยเสนอเรื่องนี้ต่อมหาวิทยาลัยเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว มหาวิทยาลัยเคยพยายามจัดพิมพ์หนังสือเรียนเมื่อสิบกว่าปี อาจขาดคณะกรรมการที่เข้มแข็ง ขาดการวางแผนที่ดี ทำให้มีหนังสือเหลือมากมาย พิมพ์กันเอง จำหน่ายกันเอง เกิดประเด็นกับโรงพิมพ์พอสมควร

            ผู้บริหารชุดปัจจุบัน (2546-2554) ได้พยายามจัดตั้งสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย พยายามผลักดันเรื่องนี้ จัดซื้อเครื่องพิมพ์แบบ “printing on demand” พิมพ์ตามจำนวนที่ต้องการ ราคาต้นทุนไม่ต่างกันมากนัก ต่างไปจากการพิมพ์ในระบบออฟเส็ท ที่ราคาเฉลี่ยจะสมดุลต่อจำนวนพิมพ์อย่างต่ำประมาณ 1,000 เล่ม

            การมอบหมายและการผลักดันให้ผลิตตำราวิชาการ ทั้งหนังสืออ่านทั่วไป ตำราวิชาการ และวารสารวิชาการ (Academic Journal) ไม่ประสบผลสำเร็จในวาระแรก (2546-2550)

            เมื่อถึงวาระที่สอง (2550-2554) การมอบหมายเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการไปสู่ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็น ผอ.ศูนย์สำนักพิมพ์ มศว รองศาสตราจารย์พรพิมล ม่วงไทย ประมาณสามปีครึ่ง ได้จัดพิมพ์วารสารวิชาการระดับมาตรฐาน แยกออกเป็นสองเล่มคือ จัดพิมพ์ผลงานวิจัยทางด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์เล่มหนึ่ง และทางด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกเล่มหนึ่ง ได้จัดพิมพ์ออกมาแล้วนับด้วยสิบฉบับ ซึ่งคงจะจัดพิมพ์ต่อเนื่องต่อไป

            ทางด้านหนังสืออ่านสำหรับประชาชนทั่วไป หนังสือระดับพัฒนาสติปัญญาที่อยู่นอกเหนือศาสตร์ในแต่ละสาขาวิชา โครงการหนังสือประเทืองปัญญา ชุดสุ จิ ปุ ลิ สิ้นปี 2553 โครงการดังกล่าวได้จัดพิมพ์และวางตลาดไปแล้วประมาณ 20 เล่ม และยังอยู่ในกระบวนการพิมพ์อีกเกือบ 10 เล่ม ซึ่งสามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นประมาณกลางปี 2554          

            พร้อมกับการจัดพิมพ์วารสารวิชาการและการจัดพิมพ์หนังสือ โครงการหนังสือประเทืองปัญญา ชุดสุ จิ ปุ ลิ” มหาวิทยาลัยได้จัดตั้ง “กองทุนหนังสือประเทืองปัญญา” ซึ่งเป็นงบประมาณบริจาคจำนวนหนึ่ง มาดำเนินการดังกล่าว

            ภารกิจที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามเจตนารมณ์และเป้าหมายได้ คือความพยายามในการผลักดันให้เกิดตำราเรียนหรือหนังสือเรียนประจำรายวิชาต่างๆได้ เริ่มต้นได้เพียง 2-3 เล่ม เท่านั้น

            การเป็นอาจารย์นั้นง่าย การเป็นอาจารย์ที่มี ความเป็นครู” ยาก เป็นอาจารย์ มีความเป็นครูและเป็นนักวิชาการ นักวิจัย นักคิด นักบริการวิชาการ ยากที่สุด ความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัย ย่อมสะท้อนที่คุณภาพของคณาจารย์ มหาวิทยาลัยใดที่มีคณาจารย์ที่มีความเป็นครู เป็นนักวิชาการ นักวิจัย นักคิด นักบริการวิชาการ จำนวนมาก มหาวิทยาลัยนั้นย่อมมีประสิทธิภาพสูงส่งและส่งผลไปถึงนิสิตนักศึกษาและบัณฑิตของมหาวิทยาลัยนั้น

            อนาคตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒทางด้านนี้จะเป็นอย่างไร คุณภาพทางวิชาการเป็นอย่างไร ศูนย์สำนักพิมพ์ มศว” เป็นอย่างไร วิสัยทัศน์และสติปัญญาทางวิชาการของผู้บริหารและคณาจารย์ ย่อมเป็นประเด็นสำคัญอย่างแน่นอน

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009