Current Articles | Categories | Search | Syndication

มาตรฐานภาระงานและเกณฑ์การจ่ายงบประมาณเงินรายได้

            เมื่อเราเข้ามาสู่ระบบมหาวิทยาลัยหรือการอุดมศึกษา เรามักจะได้ยินได้ฟังเสมอว่า    พันธกิจของมหาวิทยาลัยมี 4 ด้านด้วยกันคือ การสอนหรือการผลิตบัณฑิต การค้นคว้าวิจัย การบริหารวิชาการแก่สังคม การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

            แล้วมหาวิทยาลัยก็เดินทางไกลด้วยระบบราชการ พันธกิจหลัก 4 ด้าน ทุกมหาวิทยาลัยบอกไม่ได้ ยืนยันไม่ได้ ไม่กล้าบอกและไม่กล้ายืนยันว่า แต่ละมหาวิทยาลัยมีความเข้มแข็ง มีความอ่อนแอ มากน้อยเพียงใด และก็บอกไม่ได้ ยืนยันไม่ได้ว่า บุคลากรแต่ละคน เข้มแข็ง-อ่อนแอ รับผิดชอบ-ไม่รับผิดชอบ กาฝาก-ไม่กาฝาก มากน้อยเพียงใด มหาวิทยาลัยจึงเดินทางไปอย่างอำเภอใจ เข้มแข็งก็ได้ ไม่เข้มแข็งก็ได้ ใครรับผิดชอบก็ได้ ใครไม่รับผิดชอบก็ได้

            ในระบบดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึงขาดความยุติธรรม” ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ผู้รับผิดชอบขยันขันแข็งทำงานหนักและเสียสละตลอดชีวิตการรับราชการ ผู้ทำงานอย่างฉาบฉวย กินแรงเพื่อน เห็นแก่ความสุขสบายส่วนตน มาทำงานก็ได้ ไม่มาทำงานก็ได้ จึงพบเห็นกันอยู่เป็นเรื่องปกติ

            มศว พยายามพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานภาระงานสายวิชาการมาไม่น้อยกว่า 15 ปี ทราบกันดีว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซับซ้อน กระทบกับความเคยชิน กระทบกับการรักษาผลประโยชน์ส่วนตัว ในส่วนของมหาวิทยาลัยก็ทำงานเข้มแข็งบ้าง ไม่เข้มแข็งบ้าง เรื่องก็เลยยืดเยื้อยาวนาน ในขณะที่มหาวิทยาลัยที่เข้มแข็งอื่นๆ เขาไปไกลมากแล้ว

            มาตรฐานภาระงานเป็นเรื่องของกรอบภาระงาน เรื่องของความรับผิดชอบส่วนบุคคล และเรื่องของจิตสำนึก ความเป็นครู” และการเสียสละเพื่อการทำงาน เพื่อองค์กร เพื่อคุณค่าทางวิชาการ เพื่อคุณภาพนิสิต เพื่อ วัฒนธรรมคุณภาพ” เป็นประการสำคัญ

            มาตรฐานภาระงานก่อให้เกิดสำนึกว่า แล้วเราจะรับผิดชอบในหน้าที่ รับผิดชอบใน   พันธกิจสอน วิจัย บริการวิชาการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ด้วยตัวตนของเราเองหรือไม่ อย่างไร มีศักดิ์ศรีในวิชาชีพหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเกณฑ์ภาระงานดังกล่าวเป็นเกณฑ์ภาระงานขั้นต่ำที่มหาวิทยาลัยเรียกร้องเชิญชวน สำหรับผู้มีความรับผิดชอบ ตระหนักในหน้าที่ ผู้เสียสละและทำงานเข้มแข็งมาโดยตลอด จะไม่มีปัญหาอะไร จะไม่กระทบอะไร การทำงานคุ้มค่าเงินเดือนจึงเป็นศักดิ์ศรีและความรับผิดชอบของมนุษย์ด้วย

            บุคลากรสายวิชาการที่ไม่ต้องกำหนดเวลาปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ต้องลงเวลาทำงาน เกณฑ์มาตรฐานภาระงานจึงเป็นกรอบกว้างๆและกรอบพื้นฐานขั้นต่ำ ที่ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก เพียงรับผิดชอบระดับปานกลางก็ก้าวข้ามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำอย่างง่ายดาย

            สมมุติว่าทุกคนเพียงทำหน้าที่สอนหรือผลิตบัณฑิตเท่านั้น แล้วใครจะปฏิบัติในพันธกิจอีก 3 ด้าน ถ้าการสอนมีประสิทธิภาพสูงสุดก็นับว่ายอดเยี่ยม แต่ถ้าสอนอ่อนแอด้วย พันธกิจอื่นก็ไม่รับผิดชอบ แล้วความเป็นมหาวิทยาลัยจะอยู่ตรงไหน พร้อมกันนั้น การสอนที่ขาดการค้นคว้าวิจัย ขาดองค์ความรู้ใหม่ ขาดความรู้ที่เป็นตัวตนของเราเอง ความรู้ที่ป้อนให้ผู้เรียนอาจอ่อนแอเกินไป ก็เช่นกัน การบริการวิชาการแก่สังคมและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ที่ไม่ได้อยู่บนฐานการค้นคว้าวิจัย ไม่ได้อยู่บนฐานองค์ความรู้ใหม่ การบริการวิชาการและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ก็อาจจะฉาบฉวยเกินไปก็ได้ เกณฑ์มาตรฐานภาระงานจึงเป็นทางรอดและเป็นอนาคตของมหาวิทยาลัยด้วย

            แท้จริงแล้วเรื่องมาตรฐานภาระงานและเกณฑ์การจ่ายเป็นคนละเรื่องกัน เพียงแต่มีเกณฑ์การจ่ายเพียงบางส่วนน้อยนิด เป็นค่าตอบแทน เป็นการขอบคุณ เป็นเสมือนโบนัส สำหรับทุกท่านที่รับผิดชอบและทำงานตามเกณฑ์ขั้นต่ำหรือผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการสอนเกินเกณฑ์ภาระงานขั้นต่ำนั้น ก็สามารถเบิกจ่ายได้ตามสมควร

            กล่าวเฉพาะเรื่องเกณฑ์การจ่ายงบประมาณรายได้ของมหาวิทยาลัย ที่ประกาศใช้ในช่วงที่ผ่านมา เป็นการทำงานหนักที่จะจัดระบบทุกเรื่องที่กระจัดกระจายไร้ระบบ ขาดความยุติธรรม จ่ายมากจ่ายน้อย มือใครยาวสาวได้สาวเอา จัดการให้เป็นระบบเดียวกัน ไม่ซ้ำซ้อน กำหนดเกณฑ์การจ่ายให้ครอบคลุม มีความยุติธรรม มหาวิทยาลัยได้ใช้เวลาสองปีเศษ กว่าที่จะจัดระบบได้ตามสมควร หลังจากใช้มาแล้ว 1 ปี ก็ปรับปรุงอีกครั้ง ทุกอย่างก็สมบูรณ์ขึ้นมาก ก็คงต้องปรับปรุงกันต่อไปอีก ในกาลเทศะและเหตุปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

            ต่างขอบคุณซึ่งกันและกัน เราจะช่วยกันสร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยของเรา

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009