Current Articles | Categories | Search | Syndication

ความเป็นครูของนิสิตครู

            นิสิตครูหรือนิสิต กศ.บ. (ครูพันธุ์ใหม่) 5 ปี ทุกวิชาเอก ทั้งคณะศึกษาศาสตร์และคณะร่วมผลิตคณะวิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ พลศึกษา สังคมศาสตร์ รุ่นที่ 2 จบการศึกษารวม 261 คน คณะศึกษาศาสตร์ได้จัดสัมมนาวิชาการหลังปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์ 2-3 มีนาคม 2553 ณ อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
            อธิการบดีได้เปิดสัมมนาและให้โอวาท ความเป็นครู” แก่นิสิตครู เนื้อความดังนี้
            มหาวิทยาลัย คณะศึกษาศาสตร์ คณะร่วมผลิต โรงเรียนสาธิต และโรงเรียนฐานปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์ ได้ร่วมกันพัฒนาระบบการปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์ ใช้เวลา 2-3 ปี ขณะนี้เข้มแข็งน่าชื่นชมยินดีมาก 2-3 เรื่องด้วยกัน
            1. เรื่องการจัดระบบอาจารย์นิเทศการสอนที่เข้มแข็งทั้ง 3 กลุ่มคือ อาจารย์นิเทศวิชาชีพครู อาจารย์นิเทศวิชาเฉพาะ และอาจารย์นิเทศประจำโรงเรียน
            2. กำหนดให้นิสิตปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์ 2 ภาคการศึกษา โรงเรียนสาธิต มศว แห่งใดแห่งหนึ่ง 1 ภาคการศึกษา และโรงเรียนอื่นอีกแห่งหนึ่ง 1 ภาคการศึกษา เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่กว้างและหลากหลาย
            3. นิสิตต้องทำวิจัยชั้นเรียน (Action Research) ระหว่างปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์
            นอกจากนั้นยังต้องมีแผนการสอน บันทึกการสอน แฟ้มสรุปงานที่เข้มแข็งอีกด้วย
            อธิการบดีได้ให้โอวาทฝากนิสิตครูไว้ 5 ประเด็น
            ประการแรก นิสิตครู มศว ทุกวิชาเอก ทุกคน ผ่านการเรียนรู้ในวิชาเอก วิชาโท วิชาชีพครู วิชาศึกษาทั่วไป 5 ปี ทุกคนมีความรู้ที่เข้มแข็งและเป็นความรู้พื้นฐาน พื้น” และ “ฐาน” เหมือนกับพื้นและเสาเข็ม “ฐาน” ของบ้านที่มีความสำคัญมากรู้กระบวนการถ่ายทอดและสืบทอดความรู้ ความรู้อาจพิจารณาได้ 2 ด้านคือ “รู้ลึก” และ “รอบรู้” เราต้องรู้วิชาชีพของเราให้ลึกล้ำที่สุด และเราต้อง “รู้รอบ” ด้วย รู้รอบมาจากการแสวงหา การเรียนรู้ตลอดชีวิต การรักการอ่าน การอ่านที่นอกเหนือจากศาสตร์ในวิชาชีพของเรา การรู้รอบทำให้เป็นครูที่ดี เป็นนักวิชาการ เป็นนักคิดในอนาคต รู้เฉพาะวิชาเอกไม่สามารถเป็นครูที่ดีได้
            ความรู้ต้องผ่านการแสวงหา ผ่านประสบการณ์ที่หลากหลายเข้มแข็ง ผ่านการวิเคราะห์สังเคราะห์ จึงจะตกตะกอนเป็นผลึกความรู้ความคิด “Crystal” แล้วจึงจะก่อเกิดสติปัญญา “สติ” และ “ปัญญา” สติที่เป็นหางเสือของปัญญา
            ประการที่สอง ทุกคนมีประสบการณ์ในการปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์ที่ดีมาก ทั้งการสอนและประสบการณ์ที่หลากหลายในระบบโรงเรียน ประสบการณ์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักเรียน ในโรงเรียนแต่ละแห่ง ประสบการณ์จากการทำวิจัยในชั้นเรียน การทำแผนการสอน บันทึกการสอน แฟ้มผลงาน และอื่นๆอีกมากมาย ประสบการณ์พื้นฐานที่ดีย่อมก่อให้เกิดศรัทธา เกิดพลังในการเป็นครูที่ดีในอนาคต และประสบการณ์วันแล้ววันเล่า ถ้าเราทุ่มเทและจริงใจกับประสบการณ์เหล่านั้น เราจะเป็น ครูพันธุ์ใหม่” ครูมืออาชีพที่เป็นคุณแก่สังคมและประเทศชาติอย่างแท้จริงต่อไป
            ประการที่สาม อาชีพครูอาจารย์นั้น อาจเรียกได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ผู้สอน อาจารย์ ครู คำว่า “ครู” เกี่ยวข้องกับ “ความเป็นครู” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับผู้คนในอาชีพนี้ การเป็นผู้สอน การเป็นอาจารย์นั้นง่าย แต่การเป็นครูที่ “มีความเป็นครู” ย่อมยากยิ่งขึ้น และถ้าต่อยอดเป็นนักวิชาการ นักวิจัย นักคิด ก็นับว่ายากยิ่งขึ้น ต้องมีผลึกสติปัญญาเพิ่มขึ้นอีกมากมาย
            เรารู้คำว่า ครู” มาจากคำว่า “ครุ” หรือ “คุรุ” ที่แปลว่าหนัก ฝรั่งก็ใช้คำว่า “Guru” หรือ กูรู ที่เกี่ยวข้องกับการแบกรับงานหนัก ความดีงาม ความเก่งกาจ คุณธรรมความดีงามไปพร้อมกัน ในอินเดีย “ครุ” ยังหมายถึง “รด” เช่น การรดน้ำต้นไม้ให้เจริญงอกงาม เติบโต ไม่เหี่ยวเฉา เมื่อครูรดน้ำก็รดให้หมด ให้ความรู้ให้หมด เราจะได้แสวงหาความรู้มาเติมอีก และยังหมายถึง “เย็น"”ใครเข้ามาหา นักเรียนเข้ามาหา ลูกศิษย์เข้ามาหา ต้องเย็นกลับไป ไม่ใช่ทุกข์กลับไป ร้อนกลับไป “ความเป็นครู” จึงมีสันติคุณมากมายหลายอย่าง
            การเป็นครูอาจารย์ที่ดีจึงต้องมีความอดทนเป็นเลิศ เสียสละเป็นเลิศ ถ้านอกเหนือจากนี้สมควรเปลี่ยนอาชีพ ครูต้องเป็นผู้ขจัดความมืด ครูต้องเป็นผู้ขจัดอวิชชา มศว เอาคำว่า วิชชา” มาใช้เป็นชื่อ วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ซึ่งหมายถึง การรู้แจ้ง ปฏิบัติแจ้ง บนฐานภูมิปัญญาที่ติดดิน “ตีนติดดิน”
            ประการที่สี่ ครูต้องเป็นผู้มีคุณธรรมความดีงาม เป็นต้นแบบของสังคม เป็นตัวอย่างของสังคม เป็นแรงบันดาลใจให้กับสังคม เด็กและเยาวชน เป็น ปราชญ์ผู้ทรงศีล” ประหนึ่งผู้ทรงศีลในแต่ละศาสนา มีคุณธรรมความดีงาม ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อธรรมชาติสิ่งแวดล้อม โลกใบนี้
            และขอฝากสังคหวัตถุ 4 ทางพุทธธรรมไว้กับคุณครูทุกคน
            ทาน ผู้ให้ ผู้เสียสละ ผู้อุทิศสิ่งต่างๆ
            ปิยวาจา วาจาอันเป็นที่รัก เป็นกัลยาณมิตร เป็นแรงบันดาลใจ
            อัตถจริยะ เป็นผู้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น
            สมานัตตตา เป็นผู้เอาตัวเองเข้าสมานเพื่อความดีงาม เพื่อความเจริญก้าวหน้าทั้งปวง
 
            ประการสุดท้าย พลังแห่งอุดมการณ์ สิ่งที่มักขาดในทุกวิชาชีพและทำให้วิชาชีพนั้นอ่อนแอคือ พลังอุดมการณ์” รวมทั้งระบบราชการไทยที่เราไม่สามารถจะได้ข้าราชการทุกคนที่มีอุดมการณ์ เพื่อปฏิบัติงาน “ข้าของราชการ” ที่ทุ่มเทเสียสละ กัดติด และเฉลียวฉลาดได้ อาชีพครูอาจารย์ก็เช่นกัน
            อุดมการณ์เป็นการกระทำ ความคิด จุดยืน พฤติกรรมที่มุ่งมั่น ดิ่งเดี่ยว ยั่งยืน ในสิ่งที่เป็น อุดม” ถูกต้อง ดีงาม เสียสละ เพื่อส่วนรวม เพื่อสังคม เพื่อชุมชน เพื่อองค์กร อย่าลืมว่ามีคำว่า เพื่อ” อยู่ด้วย เป็นการ กัดติด” ในวิชาชีพ ในสิ่งที่เป็นคุณแก่สังคม ในสิ่งที่มีความดีงาม เป็นเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมด้วยเช่นกัน อุดมการณ์ต้องอาศัย ศรัทธา” อย่างแรงกล้าต่อสิ่งนั้น ต่อวิชาชีพนั้น ต่อเรื่องนั้นๆ อารยวัฒิ 5 ประการ วิถีแห่งความเจริญงอกงาม “ปรัชญา การศึกษาคือความเจริญงอกงาม” ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา อารยวัฒิประการแรก “ศรัทธา” จึงเป็นหลักชัยแห่งอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ถ้าใครเป็นครูอาจารย์ทั้งในระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยแล้วขาดศรัทธา ขาดอุดมการณ์ ก็สมควรตาย
            อธิการบดีเชิญชวนให้ดูภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่ในโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส ฉายเป็นตอนๆ วันจันทร์และอังคาร 20.20-21.00 น. เรื่อง หมอหงวน แสงดาวแห่งศรัทธา” “แสงดาวแห่งศรัทธา” เป็นเพลงประกอบแต่งคำร้องและทำนองโดย จิตร ภูมิศักดิ์ ศิษย์เก่าของ มศว เป็นเพลงโปรดของชาว 14 ตุลาคม 2516 อธิการบดีและรองอธิการบดี อำนาจ เย็นสบาย ด้วยเช่นกัน “หมอหงวน” คือ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ หนึ่งในผู้มีอุดมการณ์ช่วง 6 ตุลาคม 2519 ไปทุกข์ยากเสียสละอยู่ที่โรงพยาบาลราษีไศล จังหวัดบุรีรัมย์ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล
            หมอ” ศิษย์เก่าต้นแบบ มศว คุณหมอวรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ที่ไปทุกข์ยากเสียสละอย่างยิ่งอยู่ที่อุ้มผาง จังหวัดตาก จนถึงวันนี้ ก็มี “อุดมการณ์สูงส่ง” ไม่น้อยหน้าใคร
            หลักแนวคิดความเป็นครูของนิสิตครู ครูพันธุ์ใหม่ มศว” จึงเป็นแก่นสาระที่สำคัญยิ่งของการอุทิศตนเพื่ออุดมการณ์ความเป็นครูอย่างแท้จริง
            ขอผู้มีอาชีพครูบาอาจารย์พิจารณาด้วยโยนิโสมนสิการ

Previous Page | Next Page

Copyright © 2009 Srinakharinwirot University All Rights Reserved.
Since February 06, 2009